เข้าจุฬา อินเตอร์ ใช้ IELTS หรือ CU-TEP ดีกว่ากัน

สวัสดีจ้า

วันนี้ทีมงาน ULEARNHUB จะมารีวิวข้อสอบ IELTS กับ CU-TEP สำหรับใช้สมัคร ป.ตรี ภาคอินเตอร์ จุฬาฯ มาดูความยาก-ง่าย และการเตรียมตัวของแต่ละข้อสอบกัน

ลักษณะข้อสอบ

IELTS

คะแนนสอบ IELTS สามารถใช้สมัคร ป.ตรี จุฬาฯ ภาคอินเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น BBA, EBA, BALAC, ISE, INDA, CommDE, BSAC, JIPP รายละเอียดของข้อสอบแบ่งเป็น

- สอบฟัง IELTS มี 40 ข้อ 45 นาที คะแนนเต็ม BAND 9

- สอบอ่าน IELTS มี 40 ข้อ 60 นาที คะแนนเต็ม BAND 9

- สอบเขียน IELTS มี 2 งาน 60 นาที คะแนนเต็ม BAND 9

- สอบพูด IELTS มี 3 ส่วน 15-20 นาที คะแนนเต็ม BAND 9

**ผลคะแนน IELTS ประกาศหลังจากวันสอบ 14 วันทำการ และ คะแนนสอบ IELTS มีอายุ 2 ปีนับจากวันสอบ**

CU-TEP

คณะทั่วไป ยกเว้น BBA และ EBA จุฬาฯ จะใช้คะแนน CU-TEP เต็ม 120 คะแนน แบ่งเป็น

- สอบฟัง CU-TEP 30 ข้อ/คะแนน 30 นาที

- สอบอ่าน CU-TEP 60 ข้อ/คะแนน 70 นาที

- สอบเขียน CU-TEP 30 ข้อ/คะแนน 30 นาที

สำหรับ BBA และ EBA จุฬาฯ จะใช้คะแนน CU-TEP เต็ม 150 คะแนน โดยเพิ่มการสอบพูดด้วย

**ผลคะแนน CU-TEP ประกาศหลังจากวันสอบ 14 วันทำการ  และคะแนนสอบ CU-TEP มีอายุ 2 ปีนับจากวันสอบ**

 

ความยาก-ง่ายของข้อสอบ

IELTS

สอบฟัง IELTS ข้อสอบมีทั้งหมด 4 ส่วน แบ่งเป็น

  • บทสนทนาในชีวิตประจำวัน
  • บทพูดในชีวิตประจำวัน
  • บทสนทนาหรือการปรึกษาหารือในห้องเรียน
  • การบรรยายในห้องเรียน

ความยาก:

รูปแบบของข้อสอบฟัง IELTS มีความหลากหลาย เช่น การเติมคำในแบบฟอร์ม การเติมคำในตาราง การจับคู่ข้อความกับรายละเอียด การเติมคำในช่องว่างที่หายไปในประโยคหรือบทความสั้นๆ การเลือกคำตอบที่ถูกต้องจากตัวเลือก (multiple choice) การใส่ชื่อสถานที่หรือสิ่งของในแผนที่หรือรูปภาพ

ความง่าย:

ข้อสอบฟัง IELTS ทุกรูปแบบมีคำถามให้เห็น และมีเวลาให้เตรียมอ่านก่อนรับฟังจริง

 

สอบอ่าน IELTS ข้อสอบประกอบด้วย 3 บทความ โดยเนื้อหาจะดัดแปลงมาจากวารสารวิชาการ บทความวิชาการ สื่อหรือสิ่งพิมพ์วิชาการ ครอบคลุมศาสตร์หลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ สังคมศาสตร์ และธุรกิจ

ความยาก:

รูปแบบของข้อสอบอ่าน IELTS มีความหลากหลายเหมือนการสอบฟัง เช่น การเติมคำในแบบฟอร์ม การเติมคำในตาราง การจับคู่ข้อความกับรายละเอียด การเติมคำในช่องว่างที่หายไปในประโยคหรือบทความสั้นๆ การเลือกคำตอบที่ถูกต้องจากตัวเลือก (multiple choice) การใส่ชื่อสถานที่หรือสิ่งของในแผนที่หรือรูปภาพ แต่มีรูปแบบข้อสอบให้เลือกถูก-ผิด การเติมคำในบทสรุป และการจับคู่หัวข้อกับย่อหน้าที่ถูกต้อง ที่เพิ่มเติมมา และแตกต่างจากการสอบฟัง

ความง่าย:

หากทบทวนและฝึกทำข้อสอบ IELTS เก่าบ่อยๆ จะพบว่า คำศัพท์ที่ใช้ในการสอบอ่านกับการสอบฟังจะเป็นคำศัพท์กลุ่มเดียวกัน

 

สอบเขียน IELTS ข้อสอบประกอบด้วยงานเขียน 2 ชิ้น คือ

  • งานเขียนที่ 1 เป็นการเขียนบรรยายกราฟ แผนภูมิ แผนที่ กระบวนการ หรือรูปภาพ ต้องเขียน 150 คำ
  • งานเขียนที่ 2 เป็นการเขียนตอบคำถามในลักษณะเรียงความ ต้องเขียน 250 คำ

ความยาก:

มากกกกกก! เพราะมีเวลาจำกัด และหัวข้อของ IELTS มีความหลากหลายทั้งสองงาน ต้องอาศัยการเตรียมตัวที่ดี หากเป็นเด็กสายศิลป์อาจมีปัญหากับงานเขียนแรกเป็นพิเศษ ถ้าเป็นสายวิทย์อาจมีปัญหากับงานเขียนที่ 2 เป็นพิเศษ

ความง่าย:

ไม่มีอยู่จริง 55555 ถ้าเขียนตอบและเรียบเรียงภาษาไทยยังไม่ค่อยดี ภาษาอังกฤษไม่ต้องพูดถึง แนะนำให้ไปสอบ CU-TEP ง่ายกว่าเยอะ และเตรียมตัวน้อยกว่ามาก

 

สอบพูด IELTS ข้อสอบประกอบด้วย 3 ส่วน คือ

  • ส่วนที่ 1 การตอบคำถามเรื่องทั่วไป เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
  • ส่วนที่ 2 การพูดต่อเนื่อง 2 นาที ตามหัวข้อที่กำหนดให้
  • ส่วนที่ 3 การตอบคำถามแสดงความคิดเห็นแบบภาพรวม

ความยาก:

มากทีเดียว เพราะหัวข้อในการพูดมีความหลากหลาย ไม่สามารถเลือกพูดตามใจตัวเองได้ และมีเกณฑ์การให้คะแนนที่ละเอียด แบ่งเป็น 4 ด้าน คือ ความคล่องแคล่วและต่อเนื่องในการพูด การใช้คำศัพท์ การใช้ไวยากรณ์ และการออกเสียง

ความง่าย:

ไม่มีอยู่จริง เป็นข้อสอบที่ยากด้านการพูด แต่ถ้าทำได้จะไปใช้ประโยชน์การเรียนต่อได้

 

CU-TEP

สอบฟัง CU-TEP ข้อสอบมีทั้งหมด 3 ส่วน แบ่งเป็น

  • บทสนทนาแบบสั้น
  • บทสนทนาแบบยาว
  • บทพูด

ความยาก:

ข้อสอบฟัง CU-TEP ทั้งหมดไม่มีโจทย์ให้เห็น ไม่สามารถอ่านโจทย์ล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัว หากฟังเข้าใจ แต่เป็นคนขี้ลืมก็ทำไม่ได้อยู่ดี ข้อสอบฟัง CU-TEP ค่อนข้างยาก ต้องรู้เทคนิคในการฟังเพื่อช่วยจับใจความ และเลือกคำตอบที่ถูกไปพร้อมกับการฟัง ถ้ามีปัญหาลองคอร์ส CU-TEP Listening แบบ Online รายละเอียดที่ goo.gl/UJtfCp

ความง่าย:

ข้อสอบฟัง CU-TEP ไม่ง่ายเลย เพราะไม่เห็นโจทย์และคำศัพท์ค่อนข้างยากด้วย

 

สอบอ่าน CU-TEP ข้อสอบประกอบด้วย

  • เติมช่องว่างในบทความ 15 ข้อ
  • บทความสั้น 5 ข้อ
  • บทความยาว 40 ข้อ

เนื้อหา สอบอ่าน CU-TEP จะดัดแปลงมาจากวารสารวิชาการ บทความวิชาการ สื่อหรือสิ่งพิมพ์วิชาการ ครอบคลุมศาสตร์หลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ สังคมศาสตร์ และธุรกิจ

ความยาก:

ข้อสอบ CU-TEP มีจำนวนข้อเยอะ บทความยาวมาก และเวลาน้อยเกินไป ทำให้มักจะอ่านไม่ทัน และคะแนนไม่ไดี

ความง่าย:

ข้อสอบอ่าน CU-TEP เป็นตัวเลือกทั้งหมด (multiple choice) ดังนั้นเลยมั่วได้บ้าง แต่ถูกไม่ถูกอีกเรื่องนะ

 

สอบเขียน CU-TEP ข้อสอบเป็น ตัวเลือกทั้งหมด (multiple choice) ลักษณะเลือกจุดที่ผิดจากประโยคที่ให้มา (error identification) มีทั้งหมด 30 ข้อ

ความยาก:

ต้องแม่นเรื่องไวยากรณ์ เพราะจะทดสอบเรื่องนี้เป็นหลักใน ข้อสอบเขียน CU-TEP

ความง่าย:

ข้อสอบเขียน CU-TEP เป็นตัวเลือกทั้งหมด (multiple choice) ดังนั้นเลยมั่วได้บ้าง ได้คะแนนง่ายกว่า IELTS

 

สอบพูด CU-TEP เป็นการสอบเพิ่มเติมสำหรับ BBA และ EBA เท่านั้น ค่าสอบจะแพงกว่าเดิมอีก 2,000 บาท ไม่สามารถรีวิวให้ได้ เพราะทางทีมงานอายุเกิน ไม่เคยไปลองสอบเลย 5555 (จริงๆไม่จำกัดอายุนะ)

 

การสมัครสอบ

IELTS

  • ศูนย์สอบ IELTS มี 2 ที่ คือ British Council จัดสอบที่โรงแรม Landmark และ IDP Australia จัดสอบที่โรงแรมมณเฑียร
  • สมัครโดยตรงที่ศูนย์สอบ หรือสมัครออนไลน์ที่ www.britishcouncil.or.th หรือ www.idp.co.th
  • ค่าสอบ IELTS ของ British Council 6,900 บาท และ ค่าสอบ IELTS ของ IDP Australia 6,685 บาท (ราคาปัจจุบัน สิงหาคม 2560

CU-TEP

  • ศูนย์สอบ CUTEP อยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สมัครออนไลน์ที่ http://www.atc.chula.ac.th/
  • ค่าสอบ CUTEP 900 บาท และค่าสอบ CUTEP + Speaking 2,900 บาท (ราคาปัจจุบัน สิงหาคม 2560)

 

คะแนนสอบที่แต่ละคณะต้องการ